ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) และ ประกันชีวิตธรรมดา (Term Life Insurance) แตกต่างกันในหลายด้าน รวมถึงวัตถุประสงค์ของการทำประกัน, ระยะเวลาคุ้มครอง, และผลตอบแทนที่ได้รับครับ
แต่โดยรวมแล้วก็เป็นประกันชีวิตเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่
- ระยะเวลาคุ้มครอง
- เงินที่ได้คืน
- และดอกเบี้ยในแต่ละปี
อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆก่อนไปลงรายละเอียดครับ : สำหรับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เราจะต้องเลือกครับว่าจะเลือกระยะเวลาแบบไหน เช่น จ่าย 10 ปี จ่ายครบได้คุ้มครองต่ออีก 5 ปี และทุกๆปีตั้งแต่ปีที่ 2-3 จะได้ดอกเบี้ยปีละ 2% เป็นต้นครับ
แต่ถ้าเป็นประกันชีวิตแบบทั่วไป เราอาจจะจ่ายไปเรื่อยๆจนถึงอายุ 60 ปี และได้รับความคุ้มครองไปจนถึง 99 ปี หรือต้องจ่ายไปเรื่อยๆถึง 90 ปี อันนี้แล้วแต่บริษัทประกันครับ
โดยจะต่างกันที่ระยะเวลา และเบี้ยประกันครับ เช่น สะสมทรัพย์จ่ายปีละ 50,000 บาท ครบ 10 ปีเขาให้เงินเราคืนนะครับ 500,000 บาท รวมถึงได้ดอกเบี้ยด้วยปีละ 1,000 บาท และได้รับการคุ้มครองไปอีก 5 ปี เป็นต้นครับ
แต่ประกันชีวิตธรรมดา อาจจะจ่ายน้อยกว่า ปีละ 7,000 บาท แต่ไม่ได้เงินคืนจนกว่าจะ 60 หรือ 90 หรือไม่ได้เงินคืนเลย ทำเป็นประกันไว้ให้ลูกหลานอะไรแบบนั้นครับ จะต่างกันประมาณนี้ครับ
ไปเริ่มเจาะลึกด้านประกันสะสมทรัพย์กันเลย
- วัตถุประสงค์หลัก
- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์: เน้นการ สะสมเงินออม ร่วมกับการคุ้มครองชีวิต ผู้เอาประกันจะได้รับ เงินคืน เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น การเสียชีวิต
- ตัวอย่างเช่น การซื้อประกันเพื่อ วางแผนการเงินในระยะยาว เช่น การศึกษาให้กับลูก หรือการเก็บเงินเพื่อการเกษียณ
- ประกันชีวิตธรรมดา: เน้นการ คุ้มครองชีวิต โดยเฉพาะ ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต แต่ไม่มีการสะสมเงินออมหรือผลตอบแทนในระยะยาว
- หากผู้เอาประกันเสียชีวิตในระหว่างที่กรมธรรม์ยังคงมีผล จะได้รับเงินประกันตามจำนวนที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์
- ระยะเวลาคุ้มครอง
- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์: มักมีระยะเวลาคุ้มครองที่ ยาวนาน ตั้งแต่ 10 ปี, 20 ปี หรือ 30 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์
- ประกันชีวิตธรรมดา: โดยปกติแล้วมีระยะเวลาคุ้มครองที่ สั้นกว่า เช่น 1 ปี, 5 ปี หรืออาจเป็นระยะเวลาคุ้มครองตลอดชีวิต (ถ้าผู้เอาประกันเลือกแบบที่ไม่จำกัดระยะเวลา)
- ผลตอบแทน
- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์: เนื่องจากเป็น แบบที่มีการสะสมเงินออม จึงมักมี ผลตอบแทน ที่ค่อนข้างดีในรูปแบบของ เงินคืน เมื่อครบระยะเวลาคุ้มครอง
- นอกจากนี้ยังสามารถเลือก การจ่ายผลประโยชน์ เช่น การรับเงินคืนเมื่อครบกำหนด หรือ เงินปันผล จากผลกำไรของบริษัทประกัน
- ประกันชีวิตธรรมดา: ไม่มีการสะสมเงินออมหรือผลตอบแทน แต่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เสียชีวิต ในช่วงเวลาที่กรมธรรม์ยังคงมีผล
- ความคุ้มครอง
- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์: ให้ความคุ้มครอง ทั้งชีวิตและการออม แต่ผลประโยชน์ที่ได้จะมีมูลค่าที่สูงขึ้นตามระยะเวลาการออม
- ประกันชีวิตธรรมดา: ให้ความคุ้มครองเฉพาะในกรณีของการ เสียชีวิต ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน โดยจะไม่มีการสะสมเงินออม
- การเลือกทำประกัน
- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต พร้อมกับการออม และสร้างเงินสำรองในระยะยาว
- ประกันชีวิตธรรมดา: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุ้มครองชีวิตโดยเฉพาะ และไม่ต้องการสะสมเงินหรือการลงทุนในระยะยาว
สรุปความแตกต่าง
- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์: มีทั้งการ คุ้มครองชีวิต และ การสะสมเงินออม โดยจะได้รับเงินคืนหลังจากครบระยะเวลาคุ้มครอง
- ประกันชีวิตธรรมดา: ให้ความ คุ้มครองชีวิต โดยไม่มีการสะสมเงินออม และจะได้รับเงินประกันก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้กรมธรรม์ต้องจ่ายเงิน หรือเราเสียชีวิตนั่นเองครับ
ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามความต้องการได้เลยครับ ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของการจ่ายเบี้ยประกัน และความต้องการที่ตอบโจทย์ครับ
ได้รับการรับรองจากประเทศอเมริกา อังกฤษ และฟิลิปปินส์ครับ มีใบอนุญาตถูกต้อง ลองเข้ามาดูก่อนได้ที่ Globallotto ครับ